ว่านหางจระเข้ (aloevera) เว้นเสียแต่มีคุณประโยชน์เป็นยาในการรักษาแผลไฟเผาแล้ว ปัจจุบันได้มีการนำมาแปรรูปให้กำเนิดคุณประโยชน์มากมายในรูปแบบต่างๆ

              สมุนไพรว่านหางจระเข้ aloevera เรามักจะรำลึกถึงคุณประโยชน์ในการรักษาแผลไฟเผา น้ำร้อนลวก แผลสด ช่วยทุเลาอาการปวดแสบปวดร้อน ใช้ทาเพื่อป้องรอยแผลมาตั้งแต่เด็กซึ่งสารที่สามารถใช้รักษาแผลดังที่กล่าวมาข้างต้นได้เป็นสาร Glycoprotein ที่มีชื่อว่า Aloctin A เป็น Anti-inflammatory ที่พบได้ในทุกๆส่วนของว่านหางจระเข้ ซึ่งเว้นแต่คุณประโยชน์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วแล้วยังมีสาระของว่านหางจระเข้อื่นๆอีกมากมาย ไปดูกันเลย
 
,aloevera,

ประโยชน์ของว่านหางจระเข้

1. น้ําว่านหางจระเข้ สามารถช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยชะลอความแก่เฒ่า รวมทั้งช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้อีกด้วย
2. ว่านหางจระเข้ อุดมไปด้วยวิตามินและธาตุ รวมถึงกรดอะมิโนอีกหลายชนิดที่จำเป็นจะต้องรวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย ดังเช่น ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุทองแดง ธาตุแมงกานีส ธาตุซีลีเนียม ธาตุโครเมียม วิตามินเอ วิตามินซี วิตามิอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 โคลีน และก็ยังเป็นพืชเพียงไม่กี่จำพวกที่มีวิตามินบี 12 ด้วย
3. ช่วยในการย่อยของกิน ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยในการดีท็อกซ์ล้างพิษภายในร่างกาย ช่วยในลักษณะการทำงานของระบบกระเพาะ แล้วก็ช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียในไส้
4. จากวารสารแพทย์อังกฤษพิมพ์ในปี 2000 (British medical journal) บอกว่าสารสกัดจาขุนนางหางจระเข้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมความดันโลหิตรวมทั้งเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งบางทีอาจจะมีความเป็นไปได้ว่ามันสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย
5. ช่วยคุ้มครองป้องกันแล้วก็แก้อาการเมารถเมาเรือ ด้วยการกินเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้หรือน้ําว่านหางจระเข้เย็นก็จะช่วยทุเลาอาการดังที่กล่าวมาแล้วได้
6. การใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาเสมอๆวันละ 2-4 ครั้ง จะช่วยคุ้มครองและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
7. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยทำให้ปรับผิวพรรณเนียนนุ่ม มองชุ่มชื้น แก้ไขปัญหาผิวแห้งกระด้างตามหัวเข่า, ข้อศอก หรือส้นเท้าได้ แค่เพียงใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้แช่ในอ่างอาบน้ำ ในระหว่างอาบให้ใช้เนื้อวุ้นเช็ดตามส่วนต่างๆของร่างกายที่อยาก แม้ทำเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ปรับผิวพรรณของคุณเนียนนุ่มชื่นชื้นแล้วก็เต่งตึงได้
8. ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวหน้าแล้วก็ผิวกายชุ่มชื้น และคุ้มครองการเกิดริ้วรอยที่วัย เพียงแต่ใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้เอามาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าหรือรอบๆผิวที่อยาก ทิ้งไว้ราว 15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยทำให้ปรับผิวพรรณชุ่มชื้นสดใสและก็ดูเต่งตึงขึ้น
9. ว่านหางจระเข้รักษาสิว ยับยั้งการติดเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของสิว ช่วยลดรอยดำจากสิว รวมทั้งช่วยลดความมันบนใบหน้า เนื่องจากว่าในใบว่างหางจระเข้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน(ไม่แนะให้ใช้กับสิวอักเสบ ด้วยเหตุว่าจะนำมาซึ่งการติดเชื้อโรคได้ง่าย)
10
. ช่วยรักษาจุดด่างดำตามผิวหนัง อันเนื่องมาจากแสงแดดหรือจากอายุที่มากขึ้น ด้วยการใช้วุ้นจากใบสดนำทาที่ผิววันละ 2 ครั้งหน้าอาบน้ำ รวมทั้งจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอบ่อยจึงจะได้ผล
11. ช่วยคุ้มครองการเกิดฝ้า ถ้าเกิดใช้ว่านหางจระเข้เสมอๆก็จะช่วยคุ้มครองการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดี (ไม่ใช่การดูแลและรักษาแต่เป็นการปกป้องคุ้มครอง)
12
. วุ้นจากใบสดใช้ชโลมบนเส้นผม จะช่วยปรับให้เส้นผมสลวย ผมดกเป็นเงางาม ช่วยปกป้องและก็กำจัดรังแค ช่วยบำรุงรักษาต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพดี และยังช่วยรักษาแผลบนหนังศีรษะได้อีกด้วย
13. ในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้ร่วมกับเนื้อในของเมล็ดสะบ้า ในการดูแลและรักษาผมร่วงหรือหนังศีรษะล้าน
14. ปัจจุบันนี้ได้มีการทดลองใช้วุ้นจากใบเพื่อรักษาผู้เจ็บป่วยที่เป็นแผลกดทับ (Bedsore)
15
. คุณประโยชน์ว่านหางจระเข้ช่วยลบท้องลายหลังคลอด ด้วยการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทารอบๆท้องเสมอๆทั้งในขณะท้องและก็ข้างหลังคลอด
16. ช่วยแก้เส้นเลือดดำขอดบริเวณขา ด้วยการใช้วุ้นว่านหางจระเข้มาทาบริเวณที่เป็นเส้นโลหิตขอดบ่อยๆ
17. สาร Aloctin A พบว่ามันสามารถช่วยรักษาโรคต่างๆได้หลายโรค ตัวอย่างเช่น โรคมะเร็ง ช่วยแก้อาการแพ้ รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น
18. ในขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ต่างๆหลายแบบ ที่ผลิตจากว่านหางจระเข้ เป็นต้นว่า เครื่องสำอาง โลชัน สบู่ แชมพู โลชั่นสำหรับดูแลผิว ครีมทาใต้ตา ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ครีมทาแผลสดแผลพุพอง เจลว่านหางจระเข้ เจลรีตเมนต์บำรุงผิวหน้า ฯลฯ
19. นอกเหนือจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถนำมาทำเป็นของกินประเภทอาหารหวานได้อีกด้วย อาทิเช่น น้ำวุ้นลอยแก้ว วุ้นแช่อิ่ม เอามาปั่นทำเป็นน้ำว่านหางจระเข้ เป็นต้น

,,