การนวดแผนไทยใช้กันมานานตั้งแต่สมัยก่อน แม้กระทั้งในสมัยปัจจุบันก็ยังคงใช้กระบวนการนวดไทยนี้อยู่ บางทีอาจจะกล่าวได้ว่า “นวดไทย” เป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ยังคงเหลือ และก็ยังได้รับการสารภาพว่าเป็นผลดี ตอนที่การแพทย์แผนไทยในด้านอื่นๆถูกมองข้ามไปเกือบหมดในโลก

             วิชาการนวดไทย หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่าวิชา "หัตถเวชกรรม" เป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์การแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ ทั้งการผลักดันและส่งเสริมสุขภาพในคนปกติรวมทั้งใช้ในการบำบัดรักษาโรคในคนไข้
การนวดไทย คือ การตรวจ การวินิจฉัยรวมทั้งการบำบัดโรคด้วยผู้กระทำ กด บีบ ทุบ สับ ประคบ หรือขั้นตอนการนวดอื่นใดตามแบบแผนของการประกอบโรคศิลปะ
 
นวดแผนไทย,

 ตอนนี้ที่มีพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เจริญนำสมัย การแพทย์ยุคใหม่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจนบังจุดสำคัญของการแพทย์เริ่มแรกไปกระทั่งหมดเกลี้ยง แต่วิชาการนวดไทยก็สามารถยืนหยัดต้านกระแสโลกอยู่บนโลกด้านการแพทย์สมัยใหม่ได้
 

จำพวกของการนวดไทย

            การนวดไทย จำเป็นจะต้องให้บริการแก่ชนทุกระดับ จึงมีการพัฒนาวิชาการนวดขึ้น ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆซึ่งแบ่งกลุ่มเป้าหมายไว้เฉพาะ 2 กลุ่ม และก็จัดประเภทการนวดออกเป็น 2 แบบ เช่นเดียวกัน เป็น
1.การนวดไทยเพื่อสุขภาพ
การนวดเพื่อสุขภาพนั้น จะทำการนวดให้กับคนปกติที่ไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรเยอะมาก อาจจะมีเพียงอาการเมื่อยหรือเหนื่อยล้าบ้างเท่านั้น จุดมุ่งหมายของการนวดก็เพื่อบรรเทาความเคร่งเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ
2.การนวดไทยเพื่อบรรเทาโรค
เพื่อบำบัดรักษาโรค จะเป็นการนวดที่ใช้กับการบำบัด โรคง่ายๆที่มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งพวกเราจะพบได้มากในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น โรคปวดหัว ปวดหลัง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวทั้งหลายแหล่ ซึ่งนวดไทยยังคงมีหน้าที่อยู่บ้างมีผู้มีความสนใจ นำกระบวนการนวด มารักษาอาการพวกนี้อย่างแพร่หลาย
คุณประโยชน์ของการนวดไทย
1. ช่วยผ่อนคลายทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ แล้วก็จิตใจ
2. ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนได้คล่องแคล่ว ทำให้ผิวพรรณผ่องแผ้ว
3. ช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของระบบประสาทตามส่วนต่างๆของร่างกาย
4. ช่วยลดอาการบาดเจ็บ เมื่อยจากการบริหารร่างกายหรือจากการทำงาน
5. ช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสมดุล ซึ่งมีผลดีต่อหน้าที่การงาน ครอบครัว รวมทั้งสังคม
6. เชื่อกันว่าการนวดแผนไทย มีส่วนช่วยในการรักษาโรคหลากหลายประเภท ดังเช่น อาการปวดหัว ไมเกรน ปวดข้อและกระดูก เป็นต้น อื่นๆอีกมากมาย
7. เทคโนโลยีภูมิปัญญากับการนวดไทยในปัจจุบัน
8. เทคโนโลยีหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ปรับปรุงรวมทั้งผลิตขึ้นมา
ภูมิปัญญาหมายถึงพื้นฐานความรู้ความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่แรกเริ่ม
9. เมื่อทั้งสองสิ่งมีการผสมผสานกันเป็นเทคโนโลยีความคิดหมายถึงการนำของโบราณที่มีอยู่มีปรับปรุงให้กำเนิดของใหม่ หรือปรับใช้ให้สามารถเข้ากับยุคสมัยแล้วก็กำเนิดผลดีกับโลก การนวดแผนไทยหรือหัตถเวชเป็นภูมิปัญญาของไทยที่มีการสืบทอดจาอบอวลสู่รุ่นตั้งแต่อดีตมาจนถึงเดี๋ยวนี้ นวดแผนไทยนับเป็นเทคโนโลยีภูมิปัญญาอย่างหนึ่ง เทคโนโลยีภูมิปัญญาการนวดแผนไทย ไม่ใช่เพียงความคิดที่มีหรือถ่ายทอดแต่ว่าเฉพาะคนไทยแค่นั้น แม้กระนั้นการนวดไทยเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ซึ่งกลายมาเป็นที่รู้จักของนานาอารยประเทศ ได้รับการเห็นด้วยและก็เป็นที่นิยมอย่างมากมายและก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน มีสถาบันสอนนวดแผนไทยที่มีการวิวัฒนาการเรียนการสอนนวดไทยอย่างเป็นระบบล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือเอกชน ไม่ว่าในเมืองไทยหรือเมืองนอก ด้วยเหตุว่ากระแสสังคมหันมาให้ความเอาใจใส่กับการช่วยสนับสนุนสุขภาพและก็บรรเทาอาการด้วยแนวทางทางธรรมชาติเยอะขึ้นเรื่อยๆ
วิชาชีพนวดไทยกลายเป็นวิชาชีพที่มีความชื่นชอบสูงแล้วก็มีเกียรติ ไม่ใช่อาชีพที่ซ่อนเร้นด้วยบริการทางเพศอย่างที่ผู้คนจำนวนมากมองกัน วิชาชีพชีพนี้ต้องมีการจดทะเบียนรวมทั้งมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์สาขาการแพทย์แผนไทยจำพวกการนวดไทย คนต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต่างชื่มดูแล้วก็ถูกใจภูมิปัญญาอันล้ำค่าของไทยนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานสากล ซึ่งไม่เพียงแค่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกสบายแก่ผู้ที่ถูกนวดเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังสามารถรักษาหรือบรรเทาการเจ็บปวดบางชนิดได้ด้วย จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่า ธุรกิจประเภทสปาหรือการนวดแผนไทยจึงเกิดขึ้นมากมายทั้งในและนอกประเทศ การนวดแผนไทยได้รับการพัฒนาให้กำเนิดความนำสมัย ไม่ตกสมัย ถือว่าเป็นเป็นการสร้างความสากลให้กับการนวดแผนไทยอย่างแท้จริง
10. การที่สามารถนำรากแก้วสติปัญญาที่มีเพียงแต่อดีตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยกันได้ นับว่าเป็นการทำให้เทคโนโลยีความคิดไทยเปลี่ยนมาเป็นเทคโนโลยีภูมิปัญญาสากล เป็นมรดกที่สามารถตกทอดชั่วช้ารุ่นเลวทรามหลาน และดำรงอยู่เพื่อให้มนุษย์ทั้งหลายแหล่บนโลกนี้ ได้ทำความเข้าใจแล้วก็ทราบรับที่จะสร้างประโยชน์จากความคิดที่มี คนประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของภูมิปัญญาการนวดไทย จึงต้องควรรักษา แล้วก็ปรับปรุงความคิดอันมีคุณค่านี้ให้รุ่งเรืองมากขึ้นไป

,,