ประทับใจไม่รู้จบกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ….!!!

ฤดูการและสีสันของธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี ทำไมใบไม้จึงต้องเปลี่ยนสี ในฤดูร้อนที่มีกลางวันยาวนานแต่กลางคืนสั้นนั้น มีแสงแดงและดินที่อุดมด้วยน้ำเพียงพอสำหรับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชจะเปิดโรงอาหารและสร้างอาหารหล่อเลี้ยงต้นตามปกติและเก็บสำรองไว้ แต่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้ามาอากาศจะเริ่มเย็นลง กลางวันจะสั้นลงและกลางคืนจะยาวขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พืชทราบว่าฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยน และเป็นสัญญาณเตือนให้พืชเตรียมตัวสำหรับสภาพอากาศอันเลวร้ายและหนาวจัดของฤดูหนาว ที่พืชไม่มีน้ำและแสงเพียงพอสำหรับการสร้างอาหารอีกต่อไป ต้นไม้จึงต้องสร้างอาหารเก็บสะสมไว้ให้เพียงพอในฤดูร้อน และปิดโรงงานผลิตอาหารในฤดูหนาว นอกจากนี้พืชยังต้องลดการใช้พลังงานทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอด โดยการสลัดใบของมันทิ้งไปเพื่อลดการใช้พลังงานนำไปสู่การเปลี่ยนสีของใบไม้

ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุดหรือ peak period จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี แต่ก็จะต่างกันในแต่ละปีเพียงแค่ไม่เกิน 10 วันเท่านั้น ทำให้การชมใบไม้เปลี่ยนสีจะง่ายกว่าการชมซากุระบานเพราะช่วงที่บานที่สุดหรือ Full Bloom จะอยู่แค่เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น แต่ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีจะนานกว่าประมาณ 2-3 สัปดาห์

สำหรับฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ สัมผัสได้ถึงความโรแมนติคด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวสู่สีส้ม แดง และเหลืองทองสลับกัน โดยที่ญี่ปุ่นจะเรียกการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ว่า “Koyo ( 紅葉)” หรือ “Momiji-Gari” และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวกลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี  อาจมีการคลาดเคลื่อนไปบ้างตามสภาพอากาศ

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นฤดูที่โรแมนติกสุดๆ และหนึ่งในประเทศที่ผู้คนต่างไปเยือนมากแห่งหนึ่งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น เพราะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งต้นไม้ดอกไม้ของที่นี่งามจนทำให้เราประทับใจไม่รู้จบ และสำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว

ในวันนี้เราจะมาแนะนำ 7 สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจแน่นอน

  1. ใบไม้เปลี่ยนสี ถนนต้นแปะก๊วย (Icho Namiki) ของสวนเมจิจิงกูไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien) ถือเป็นสถานที่ถ่ายทำละครยอดนิยมแห่งหนึ่งของโตเกียว เพราะต้นแปะก๊วย 146 ต้นที่เรียงรายอยู่สองฝั่งถนนยาว 300 เมตรนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวสดเป็นสีเหลืองทองอย่างสวยงาม รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์ต้นแปะก๊วยเลย
  2. ใบไม้เปลี่ยนสี อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดูกัน อยู่ทางตะวันตกของเกียวโต เหมาะจะมาพักผ่อนและชมวิวความสวยงามของธรรมชาติ จะเช่าจักรยานปั่นชมวิวแม่น้ำ นั่งรถไฟท้องถิ่น หรือล่องเรือในแม่น้ำโฮซูกาวะ ชมทัศนียภาพธรรมชาติของหุบเขาตามแม่น้ำก็ฟินไปอีกแบบ ใครอยากมาดูใบไม้เปลี่ยนสีต้องมาประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนะ
  3. ใบไม้เปลี่ยนสี สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) เดิมถูกใช้เป็นหมู่บ้านนักกีฬาสำหรับงานกีฬาโอลิมปิกโตเกียวปี 1964 หลังจากนั้นก็ได้รับการปรับปรุงใหม่และเปิดเป็นสวนสาธารณะในปี 1967 ภายในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 330 ไร่ มีใบไม้เปลี่ยนสีที่จะผลัดใบสวยงามมากมายเช่น ต้นเคยากิ 1,000 ต้น ต้นแปะก๊วย 200 ต้น ต้นเมเปิล 100 ต้น
  4. ใบไม้เปลี่ยนสี วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสุ (Kiyomizu-dera) วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสุ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ในเกียวโต วัดนี้ยังได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกอีกด้วย ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ปลายๆเดือนพฤศจิกายน ต้นเมเปิ้ลรอบๆวัดน้ำใสจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ในตอนกลางคืนจะมีเปิดไฟส่องไปที่ต้นไม้และอาคารของวัดด้วย ก็ได้บรรยากาศที่สวยแปลกตาไปอีกแบบ
  5. ใบไม้เปลี่ยนสี ถนนมิโดซุจิ ถนนมิโดซุจิเป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า และเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบฟินๆได้แม้อยู่ใจกลางเมือง เพราะตลอดสองข้างถนนสายยาวนี้มีต้นแปะก๊วยปลูกอยู่กว่า 800 ต้น และแน่นอน่าสามารถเดินช็อปปิ้งชิวๆได้สบาย
  6. ใบไม้เปลี่ยนสี วัดคันชินจิ วัดคันชินจิสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยนักพรต Enno-Gyoja  เมื่อปีค.ศ. 701  ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งในการมาดูใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าประทับใจมากๆ ที่นี่มีพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาเป็นพระประธานซึ่เป็นวัตถุโบราณแห่งชาติ แต่จะเปิดให้สักการะในช่วงวันที่ 17-18 เมษายน ของทุกปีเท่านั้นเอง
  7. ใบไม้เปลี่ยนสี สวนไดเซ็น สวนสาธารณะไดเซ็น (Daisen park) เป็นสวนสาธารณะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 100 สวนสาธารณะทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว่า 35 ไร่ สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพอันงดงามของสุสานขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ประปราย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *